วิธีใช้อินเทอร์เน็ตในจีน: เน็ตมือถือ Wi-Fi และแอปที่ใช้ได้

เผยแพร่ · อัปเดตล่าสุด

จีนเป็นประเทศที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่ต่อเน็ตได้สับสนที่สุดแห่งหนึ่งด้วย จริง ๆ แล้วที่นี่มีปัญหาสองเรื่องแยกกัน ซึ่งคู่มือส่วนใหญ่มักเอามารวมกัน: เรื่องแรกคือการต่อเน็ตให้ได้เลย ส่วนเรื่องที่สองคือแอปที่คุณใช้ทุกวัน เช่น Google, WhatsApp, Instagram ใช้ไม่ได้บนเครือข่ายจีน หน้านี้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน และบอกชัด ๆ ว่าควรตั้งค่าอะไรก่อนขึ้นเครื่อง

คำตอบใน 30 วินาที

  • เน็ตที่ถูกที่สุดคือซิมท้องถิ่นของจีน แต่เมื่อใช้ซิมนี้ Google, WhatsApp และ Instagram จะใช้ไม่ได้
  • อยากใช้แอปเดิม ๆ ต่อ ให้ใช้โรมมิ่งต่างประเทศ กับเบอร์เดิม หรือใช้ eSIM ท่องเที่ยวที่วิ่งผ่านเครือข่ายต่างประเทศ
  • ติดตั้ง WeChat และ Alipay ก่อนบิน พวกนี้คือเส้นชีวิตของคุณในจีน (ดูคู่มือการชำระเงิน)
  • ทำทุกอย่างที่บ้านผ่าน Wi-Fi ให้เสร็จก่อน ดาวน์โหลดแอปและบันทึกแผนที่ไว้ก่อน เพราะแอปที่ถูกบล็อกจะดาวน์โหลดไม่ได้เมื่อเข้าไปในจีนแล้ว

สองปัญหา ไม่ใช่ปัญหาเดียว

เวลานักท่องเที่ยวบอกว่า “ต่อเน็ตในจีนไม่ได้” มักหมายถึงหนึ่งในสองเรื่องนี้:

  1. ไม่มีสัญญาณ คือไม่มีเน็ตมือถือหรือ Wi-Fi
  2. ต่อได้แต่ถูกบล็อก คือมีเน็ต แต่ Google, WhatsApp หรือ Instagram โหลดไม่ขึ้น

สองเรื่องนี้มีวิธีแก้ต่างกัน การต่อเน็ตให้ได้นั้นง่ายและถูก ส่วนการรักษาการเข้าถึงแอปเดิม ๆ ต่างหากที่ต้องวางแผนล่วงหน้านิดหน่อย

ตัวเลือกเน็ตของคุณ

ตัวเลือกที่ 1: โรมมิ่งต่างประเทศ (ซิมเดิม)

ใช้เบอร์เดิมต่อไป แล้วให้มันโรมมิ่งกับเครือข่ายจีน

  • ข้อดี: ข้อมูลวิ่งออกผ่านประเทศของคุณเอง Google, Gmail, WhatsApp และบริการที่ถูกบล็อกจึงมักใช้ได้เหมือนอยู่บ้าน
  • ข้อเสีย: ค่าบริการรายวันรวมกันเร็ว และความเร็วอาจถูกจำกัด
  • เหมาะกับ: ทริปสั้น ๆ ที่ความสะดวกสำคัญกว่าราคา

ตัวเลือกที่ 2: ซิมท้องถิ่นของจีน

ซื้อซิมจาก China Mobile, China Unicom หรือ China Telecom ที่สนามบินหรือร้านของผู้ให้บริการ ลงทะเบียนด้วยพาสปอร์ต การลงทะเบียนแบบระบุชื่อจริงเป็นข้อบังคับ

  • ข้อดี: เน็ตถูกที่สุดอย่างเทียบไม่ติด และได้เบอร์ท้องถิ่น (มีประโยชน์กับแอป คิวร้านอาหาร และการล็อกอิน Wi-Fi)
  • ข้อเสีย: บนเครือข่ายจีนคุณถูกปฏิบัติเหมือนคนท้องถิ่น Google, WhatsApp และบริการที่ถูกบล็อกจึงหยุดทำงาน
  • เหมาะกับ: การพำนักนานขึ้น หรือใช้เป็นซิมที่สองราคาถูกคู่กับโรมมิ่ง

ตัวเลือกที่ 3: eSIM ท่องเที่ยว

eSIM แบบเน็ตอย่างเดียว ซื้อก่อนเดินทางและเปิดใช้งานเมื่อถึง

  • สิ่งเดียวที่ต้องเช็ก: จริง ๆ แล้วมันใช้เครือข่ายไหน eSIM ที่เกาะเครือข่ายจีนจะทำงานเหมือนซิมท้องถิ่น (ถูกบล็อก) ส่วน eSIM ที่วิ่งผ่านเครือข่ายต่างประเทศจะใช้แอปเดิม ๆ ได้ อ่านรายละเอียดให้ดีก่อนจ่ายเงิน
  • ข้อดี: ไม่ต้องสลับซิมจริง และตั้งค่าที่บ้านได้เลย
  • ข้อเสีย: มีแต่เน็ต ไม่มีเบอร์ท้องถิ่น

Wi-Fi ในจีน

โรงแรม ร้านกาแฟ สนามบิน ห้างสรรพสินค้า ล้วนมี Wi-Fi แต่มีข้อติดขัดคือ เครือข่ายสาธารณะหลายแห่งต้องยืนยัน SMS ด้วยเบอร์จีนก่อนล็อกอิน นี่เป็นอีกเหตุผลที่การมีเบอร์ท้องถิ่นช่วยได้มาก

  • โรงแรมมักง่ายที่สุด หลายแห่งให้รหัสผ่านง่าย ๆ เชนโรงแรมนานาชาติมักต่อ Wi-Fi แขกผ่านเส้นทางต่างประเทศ Google และ WhatsApp จึงอาจใช้ได้ แต่โรงแรมประหยัดและโรงแรมท้องถิ่นมักทำงานเหมือนเน็ตท้องถิ่น ลองใช้ก่อนแล้วค่อยเชื่อ
  • ร้านกาแฟและห้างมักต้องใช้เบอร์จีน ถ้าไม่มีอาจติดขัดได้

หลักง่าย ๆ: อย่าคาดหวังว่า Wi-Fi สาธารณะจะเข้า Google ได้ ให้คิดว่า Wi-Fi ท้องถิ่นเหมือนซิมท้องถิ่น คือคาดว่าบริการถูกบล็อก และถ้าเจอโรงแรมที่ต่อผ่านเส้นทางต่างประเทศก็ถือเป็นโชคดี

อะไรถูกบล็อก (และอะไรไม่ถูกบล็อก)

บนเครือข่ายจีนมาตรฐาน (ซิมท้องถิ่นหรือ Wi-Fi ทั่วไป) สิ่งเหล่านี้มักใช้ไม่ได้:

ถูกบล็อก สิ่งที่คนใช้แทน
Google (ค้นหา, Gmail, แผนที่, YouTube) Baidu, WeChat, Youku, Amap / Baidu Maps
WhatsApp WeChat
Instagram, Facebook, X (Twitter) Weibo, Douyin, Xiaohongshu
Telegram, Signal, Discord WeChat, QQ
Google Maps Apple Maps, Amap, Baidu Maps
Google Translate Apple Translate, Baidu Translate

สิ่งเหล่านี้ใช้ได้โดยทั่วไป: บริการของ Apple (iMessage, FaceTime, Apple Maps), Microsoft (Outlook, Bing), Zoom, Amazon และที่สำคัญที่สุดคือ WeChat กับ Alipay

รายการนี้เปลี่ยนไปตามเวลา ให้ถือเป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว

แอปที่ควรติดตั้งก่อนบิน

เพราะแอปที่ถูกบล็อกดาวน์โหลดไม่ได้เมื่ออยู่ในจีน ให้ทำที่บ้านผ่าน Wi-Fi:

  • WeChat — แชท จ่ายเงิน และชีวิตประจำวัน จำเป็น
  • Alipay — จ่ายเงินและเดินทาง ดูคู่มือการชำระเงิน
  • Apple Maps หรือแผนที่ออฟไลน์ — Google Maps ใช้ในจีนไม่ค่อยได้ Apple Maps ใช้ได้ และแผนที่ออฟไลน์เป็นตัวสำรองที่ดี
  • แอปแปลภาษาที่ใช้แบบออฟไลน์ได้ — Google Translate ถูกบล็อกบนเครือข่ายท้องถิ่น Apple Translate ใช้ได้ และพจนานุกรมออฟไลน์ก็เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์
  • แอปสายการบินและโรงแรม — พร้อมบันทึกการจองไว้แบบออฟไลน์

ให้แอปเดิม ๆ ใช้ได้ต่อไป

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะให้ Google, WhatsApp และเพื่อน ๆ ใช้ได้ต่อไป คืออย่าให้ทราฟฟิกพวกนั้นวิ่งผ่านเครือข่ายจีน: โรมมิ่งต่างประเทศและ eSIM ที่วิ่งผ่านต่างประเทศใช้ได้เพราะข้อมูลของคุณไม่แตะข้อจำกัดของท้องถิ่นเลย

นักท่องเที่ยวบางคนติดตั้ง VPN ก่อนเดินทางถึง หากคุณเลือกทางนั้น ให้ตั้งค่าที่บ้าน เพราะเว็บไซต์ VPN และร้านแอปมักเข้าไม่ถึงจากในจีน ไซต์นี้ไม่แนะนำและไม่ลิงก์ไปยังบริการใดเป็นการเฉพาะ

เช็กลิสต์ก่อนเดินทาง

  • ติดตั้ง WeChat และ Alipay และลงทะเบียนให้เรียบร้อย
  • ดาวน์โหลด Apple Maps (หรือแผนที่ออฟไลน์) สำหรับจีน
  • ติดตั้งแอปแปลภาษาที่ใช้แบบออฟไลน์ได้
  • ตัดสินใจแผนเน็ต — โรมมิ่ง / ซิมท้องถิ่น / eSIM — และยืนยันว่า eSIM ใช้เครือข่ายไหน
  • บันทึกการจองและเอกสารสำคัญแบบออฟไลน์
  • ตั้งค่าทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับแอปที่ถูกบล็อกก่อนบิน

การทำให้หน้านี้แม่นยำอยู่เสมอ

กฎการเชื่อมต่อและรายชื่อบริการที่ถูกบล็อกเปลี่ยนแปลงบ่อย หน้านี้เป็น “เอกสารที่มีชีวิต”: วันที่ด้านล่างแสดงเวลาที่ตรวจสอบล่าสุด และเราจะอัปเดตทุกครั้งที่อะไรเปลี่ยนไป หากพบข้อมูลที่ล้าสมัย ติดต่อเรา